นิวเอ่วเด้ง "ชไมพร บุญไสย์” เจ้าของฉายา “นิวนิว เอวเด้ง”

279 จำนวนผู้เข้าชม  | 

นิวเอ่วเด้ง

“จะเรียกว่าพลิกชีวิต...ก็ได้!!” ...เป็นเสียงจาก “ชไมพร บุญไสย์” เจ้าของฉายา “นิวนิว เอวเด้ง” ที่มีกระแสฮือฮามาพักใหญ่ ในฐานะ “แชมป์โคโยตี้ประเทศไทย” ซึ่งนอกจากเซ็กซี่ ชีวิตเธอก็มีมุมน่าคิด ซึ่งวันนี้ทีม “วิถีชีวิต” มีเรื่องราวมานำเสนอ

 

 

กับวิถีชีวิตที่มู่งสู่เวทีโคโยตี้ของเธอคนนี้...


“ชไมพร บุญไสย์” หรือชื่อเล่น “นิวนิว” ที่เธอขอให้เราเรียก สาวสวยวัย 23 ปีคนนี้ เล่าว่า... เกิดและโตที่กรุงเทพฯ แต่พ่อและแม่นั้นเป็นคนต่างจังหวัดทั้งคู่ โดยพ่อเป็นคน จ.กาฬสินธุ์ แม่เป็นคน จ.ชัยภูมิ เรียกว่าได้เลือดอีสานมาเต็มตัว ซึ่งกับเส้นทางก่อนจะเข้าสู่วงการโคโยตี้ เธอบอกว่า...จำความได้ก็ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับวงดนตรีมาตลอด เพราะที่บ้านทำวงดนตรี มีพ่อเป็นหัวหน้าวง แม่รับหน้าที่แดนเซอร์ ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้เธอได้ซึมซับเข้าสู่ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่เธอเองก็ไม่เคยคิดว่า...จะมาถึงจุดนี้

 

 

“เวลาวงมีงาน พ่อจะหิ้วไปทำงานด้วยทุกครั้ง ทำให้เห็นบรรยากาศแบบนี้มาตลอด เมื่อถึงวัยที่เหมาะ พ่อกับแม่ก็ไม่ได้กีดกันที่จะให้เราเรียนรู้ในอาชีพนี้ แถมเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำ นี่อาจมีส่วนที่ทำให้เรากลายเป็นคนกล้าแสดงออกมาตั้งแต่เด็ก ๆ” ...เป็นภาพอดีต ที่น่าจะผลักดันสู่ปัจจุบัน ของสาวโคโยตี้ระดับแชมเปี้ยนคนนี้


นิวนิว เล่าต่อว่า... เมื่ออายุได้ 15 ปี ขณะนั้นกระแส “โคโยตี้” กำลังมาแรงในเมืองไทย ด้วยความอยากรู้อยากลอง และมีพื้นฐานการเต้นอยู่แล้ว เธอจึงปรึกษาครอบครัวว่า... “อยากตั้งทีมโคโยตี้” ซึ่งครอบครัวก็ไม่ได้คัดค้านอะไร และยังให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ในที่สุดก็ตั้งทีมได้สำเร็จ โดยได้เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่รู้จักกันมาร่วมทีม


“ได้สมาชิกแล้ว ก็ต้องมีชื่อทีม ก็ตั้งชื่อว่า เอวเด้ง ซึ่งได้จากพี่คนหนึ่งที่ตั้งให้ คำว่า เด้ง นี้ สะดุดหูจากตอนที่ไปทานก๋วยเตี๋ยวโกเด้ง เลยหยิบมาใช้ ส่วนคำว่า เอว มาเติมทีหลัง” ...เป็นที่มาของชื่อทีมงาน “เอวเด้ง” ที่ถูกกล่าวขวัญถึง


แต่เส้นทางในวงการนี้ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด นิวนิว เล่าว่า... ลำพังเฉพาะตัวเองคงไม่เท่าไหร่ แต่การต้องดูแลสมาชิกด้วยนั้น ไม่ใช่งานง่ายสำหรับวัยรุ่นอย่างเธอ โดยสมัยที่ตั้งทีมใหม่ ๆ ความที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก ช่วงนั้นจึงลำบากมาก เพราะไม่ค่อยมีงาน ซึ่งก็ต้องทำใจ ทว่า...เหมือนฟ้าเปิด หลังตั้งทีมได้ 3 ปี พอปี 2554 ก็มีการจัด “ประกวดโคโยตี้” ประเทศไทย ครั้งที่ 1 ขึ้น ที่สนามแข่งรถเทพนคร จ.สมุทรสงคราม ซึ่งการประกวดครั้งนั้น เธอเป็นตัวแทนของทีมเข้าร่วมประกวด และคว้ารางวัลมาได้ 1 รางวัล คือ ขวัญใจช่างภาพ จากนั้นในปี 2555 ก็ได้เข้าร่วมประกวดในเวทีเดิมอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เธอคว้ามาได้ถึง 3 รางวัล คือ... ขวัญใจช่างภาพ, ป๊อปปูลาร์โหวต และรางวัลชนะเลิศแชมป์โคโยตี้ประเทศไทย ที่ทำให้เธอและทีมแจ้งเกิดในวงการนี้มาจนถึงทุกวันนี้


“การตัดสิน แบ่งเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกเป็นกรรมการจากทางผู้จัดการประกวด ซึ่งดูเรื่องของภาพรวม รูปร่าง บุคลิก การเต้น และการเข้าถึงอารมณ์เพลง ว่าเต้นแล้วเอาคนดูอยู่ไหม ส่วนอีกชุดมาจากคนดูช่วยตัดสิน คือถ้าชอบหรือพอใจผู้เข้าประกวดคนไหน ก็จะต้องซื้อหนังสือของงานนี้ แล้วมอบให้ผู้เข้าประกวดคนนั้น ต้องยอมรับว่าหลังได้ตำแหน่งมีคนรู้จักเรามากขึ้น ทั้งจากวงการรถยนต์ วงการเครื่องเสียง ทำให้ทีมงานของเรามีงานเยอะขึ้น แม้ไม่มีทุกวัน แต่ดีกว่าตอนตั้งทีมใหม่ ๆ ซึ่งจากจุดเริ่ม ถึงวันนี้ ก็เป็นโคโยตี้นี้มา 7-8 ปีแล้ว” ...เป็นเรื่องราวที่พลิกชีวิตโคโยตี้รายนี้


ไม่เท่านั้น... กระแสของเธอและทีมยังมาแรงชนิดฉุดไม่อยู่เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น ซึ่งชื่อของเธอถูกหนุ่ม ๆ เสิร์ชหาในกูเกิลจ้าละหวั่น และกับกระแสคลั่งไคล้ที่เกิดขึ้นแบบชั่วข้ามคืนนี้ เธอเผยว่า... ดีใจที่มีคนรู้จักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำงานใน “อาชีพโคโยตี้” ที่บางคนอาจมองว่าง่าย ๆ สบาย ๆ แค่เต้น ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้นั้น เธอย้ำกับทีม “วิถีชีวิต” ว่า...


“ก็ไม่ใช่เสมอไป!!”


“งานโคโยตี้ที่บางคนมองดูเหมือนจะเป็นงานง่าย ๆ เอาเข้าจริงก็ไม่ง่ายนะคะ เพราะมีอะไรซ่อนอยู่มากมาย มากกว่าการลุกขึ้นไปเต้นเท่านั้น ที่สำคัญต้องรู้จักรับผิดชอบ ต้องตรงต่อเวลา ถ้าไม่มีสองข้อนี้ทีมก็พัง และอีกหลักการทำงานของเรา คือ พยายามแบ่งเวลาให้ดี เพราะงานที่รับมีทั้งงานกลางวันและกลางคืน บางทีแทบไม่มีเวลานอน ต้องอาศัยนอนบนรถระหว่างเดินทางก็มี มีเหนื่อยมีท้อไหมก็ต้องมี แต่เมื่อคิดว่าเป็นงานก็ต้องทำให้ดี” ...นิวนิว กล่าว


ส่วนประเด็น “การแต่งตัวของสาวโคโยตี้” ที่สังคมมักมองว่า “ล่อแหลม” นั้น เรื่องนี้เธอบอกว่า... “ก็พยายามไม่ให้โป๊มาก” โดยหากเป็นชุดบิกินี่ หรือให้ใส่เฉพาะกางเกงใน แบบนี้ก็คงไม่ไหว ซึ่งทางทีมของเธอก็มีคอนเซปต์การแต่งตัวว่าต้องแต่งอย่างไร ส่วนใหญ่ก็จะเน้นใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืดเอวลอย หรือถ้าต้องแต่งเซ็กซี่มาก ๆ ก็จะใส่ชุดบิกินี่กับกางเกงขาสั้นไว้ด้วย


ทั้งนี้ กับอาชีพนี้ นิวนิว ยอมรับว่า...บางครั้งก็ต้องมีลุคเซ็กซี่บ้างเพื่อดึงดูดคนดู ซึ่งถ้าให้โคโยตี้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ก็คงไม่มีใครอยากดู ดังนั้น สาว ๆ โคโยตี้จึงต้องโชว์เนื้อหนังมังสาบ้าง แต่ถึงกระนั้นก็จะย้ำกันทุกครั้งว่าให้คำนึงถึงความเหมาะสมและกาลเทศะด้วย เช่น งานที่มีผู้ใหญ่เยอะ ๆ ต้องไม่เซ็กซี่มากไป อาจใส่แค่เกาะอก เอวสูง กับกางเกงขาสั้นก็พอแล้ว แต่ถ้างานไหนมีวัยรุ่นเยอะ ๆ ก็จัดหนักจัดเต็มได้มากขึ้น หรือถ้าเป็นงานบวช งานแต่ง เสื้อผ้าก็ต้องไม่มีสีดำเลย อย่างนี้เป็นต้น


แชมป์โคโยตี้ประเทศไทยปี 2555 ที่ดังมานาน และยิ่งดังมากในช่วงนี้ บอกอีกว่า... ปัจจุบัน “ทีมงานเอวเด้ง” มีสมาชิก 10 กว่าคน อายุตั้งแต่ 17-24 ปี บางคนก็ทำงานไปด้วยและเรียนหนังสือไปด้วย สมาชิกในทีมนั้นส่วนใหญ่ก็อยู่กันมาตั้งแต่ก่อตั้ง ทางทีมไม่ค่อยเปิดรับสมัครคนใหม่ จะมีก็บางปีที่รับเพิ่มเข้ามา 1-2 คน มีเด็กหน้าใหม่ ๆ เข้ามาเสริมทัพบ้าง ส่วนเกณฑ์การคัดเลือกนั้นจะเน้นคนที่มีทักษะการเต้นจริง ๆ รองลงมาก็ดูเรื่องรูปร่างหน้าตา ถ้าผ่าน ก็เข้ามาเป็น 1 ในสมาชิก “ครอบครัวเอวเด้ง”


กับเคล็ดลับการดูแลตัวเอง นิวนิว บอกว่า... ก็มีทานอาหารเสริมจำพวกคอลลาเจนและวิตามินซีบ้าง เพราะอาชีพโคโยตี้เป็นอาชีพที่ต้องนอนดึกตื่นเช้า ดังนั้นก็ต้องดูแลตัวเองด้วยการทำอย่างไรไม่ให้โทรม แต่ถ้าหากมีวันหยุด จะเน้นการนอนพักผ่อนให้เต็มที่ หรือถ้ามีเวลาว่างจริง ๆ ก็จะให้เวลากับครอบครัว ด้วยการพากันออกไปทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งเฉลี่ยแล้วก็ 1-2 เดือนครั้ง


ส่วนเรื่อง “ความรัก” ...ซึ่งเชื่อว่ามาถึงบรรทัดนี้คงมีหนุ่ม ๆ สนใจใคร่รู้?? ก็ต้องขอแสดงความเสียใจไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะสาวโคโยตี้ระดับแชมเปี้ยนคนนี้ เธอสารภาพไว้ด้วยเสียงดังฟังชัดแล้วว่า... “หัวใจสี่ห้องของเธอปัจจุบันนี้มีเจ้าของแล้ว!!”


...ด้วยวัยเพียง 23 ปี แต่ด้วยความที่เป็น “หัวหน้าทีม” ที่ต้องพยายามทำให้ทีมมีงาน และทำให้ทุกคนมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่า... ย่อมมีเหนื่อยมีท้อบ้าง เพราะการทำงานก็ย่อมต้องเจอกับปัญหาสารพัด อย่างไรก็ตาม นิวนิว บอกว่า... เวลามีปัญหา เธอจะพยายามมีสติ พยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้น และจะนำข้อผิดพลาดต่าง ๆ มาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น “


ที่บ้านสอนเรามาตลอดว่า งานต้องทำแบบใจซื้อใจ ต้องทำให้เต็มที่! เพราะเมื่อทำดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว เราก็จะไม่เสียใจที่ได้ทำ” ...เป็นคำกล่าว และความคิดที่โตเกินวัย กับ “แชมป์โคโยตี้ประเทศไทย” รายนี้...


“นิวนิว-ชไมพร บุญไสย์”.


สุรางค์รัตน์ เจนการ : เรื่อง


สันติ มฤธนนท์ : ภาพ


‘ความฝัน VS ความจริง’


นิวนิว บอกทีม “วิถีชีวิต” ว่า...การเป็นสาวโคโยตี้เป็นอาชีพในฝันของเธอมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็ก ๆ เวลาคุณครูถามว่า...โตขึ้นอยากเป็นอะไรหากเป็นเด็กคนอื่น คำตอบอาจจะอาชีพหมอ พยาบาล หรือตำรวจ ทหาร แต่เธอตอบเสียงดังฟังชัดไปว่า... “ฝันอยากจะเป็นโคโยตี้” อาชีพที่เป็นความจริงของเธอในวันนี้ ซึ่งที่สำคัญไม่เพียงทำสำเร็จแต่ยังมาได้ไกลเกินจากที่วาดฝันไว้...


“แต่ความฝัน กับความเป็นจริง มันก็คนละเรื่อง วันนี้แม้จะทำฝันได้สำเร็จแล้ว แต่เราก็มองว่า หนทางในอาชีพนี้ไม่ยั่งยืน เพราะอาชีพโคโยตี้ก็มีอายุงาน เหมือนงานพริตตี้ ตอนนี้ก็พยายามมองเป้าหมายในอนาคตไว้ โดยวางแผนว่า อีก 2 ปี คงต้องหาธุรกิจอย่างอื่นทำ ซึ่งก็อาจต้องพักงานโคโยตี้ลงไปบ้าง แต่ยืนยันว่า ยังไม่ทิ้งแน่นอน...

Powered by MakeWebEasy.com